ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Energy Monitoring

รู้ว่าค่าไฟไปอยู่ตรงไหน

ต่อ Power meter ที่มีอยู่ผ่าน RS485 / Modbus เข้า AIoT Gateway แล้วดูการใช้พลังงานของแต่ละตู้ แต่ละไลน์ บนแดชบอร์ดเดียว พร้อมแจ้งเตือนเมื่อค่าเกินเกณฑ์

ภาพอ้างอิงการรวบรวมข้อมูลพลังงานจากหลายโรงงาน

ปัญหาที่พบบ่อย

  • บิลค่าไฟสูง แต่ไม่รู้ว่ามาจากเครื่องหรือไลน์ไหน
  • Peak demand เกินโดยไม่มีใครรู้ตัว จนเห็นในบิลปลายเดือน
  • ยังจดมิเตอร์ด้วยมือ ข้อมูลช้า ไม่ครบ และเทียบย้อนหลังยาก

ข้อมูลที่เราวัด

ค่าที่อ่านจากอุปกรณ์

อ่านผ่าน Gateway แสดงบนแดชบอร์ด และดูกราฟย้อนหลังได้

  • พลังงานไฟฟ้า (kWh)
  • กำลังไฟฟ้า (kW)
  • แรงดัน (V)
  • กระแส (A)
  • ตัวประกอบกำลัง (PF)
  • ความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand)

ตัวชี้วัดที่คำนวณให้

เร็ว ๆ นี้

ตัวชี้วัดชุดนี้กำลังพัฒนาและจะทยอยเปิดใช้ ดูหน้าตาตัวอย่างได้ใน Demo

  • ค่าไฟตามอัตรา TOU
  • Peak demand รายวัน / รายเดือน
  • การปล่อย CO₂ โดยประมาณ
  • สัดส่วนพลังงานตามพื้นที่หรือไลน์ผลิต

เส้นทางข้อมูล

จากอุปกรณ์หน้างาน ถึงแดชบอร์ดและการแจ้งเตือน

ลำดับข้อมูลจากอุปกรณ์ ผ่าน Gateway และ Cloud ไปยัง Dashboard

เลื่อนภาพเพื่อดูลำดับการเชื่อมต่อ →

  1. Power meter

    มิเตอร์ที่ตู้ MDB หรือตู้ย่อย

  2. RS485 / Modbus

    Modbus RTU หรือ Modbus TCP

  3. AIoT Gateway

    อ่านค่า และเก็บสำรองเมื่อสัญญาณหลุด

  4. 4G

    Dual SIM หรือ LAN ของไซต์ เข้ารหัส TLS

  5. AIoT TH Cloud

    เก็บข้อมูลตามเวลา แยกตามองค์กร

  6. แดชบอร์ด / แจ้งเตือน

    ดูบนเว็บ แจ้งเตือนทาง LINE และอีเมล

สิ่งที่คุณได้วันนี้

ใช้งานได้ตั้งแต่ติดตั้ง Gateway เสร็จ

  • แดชบอร์ด

    ค่าล่าสุดและกราฟของทุกจุดวัด เปิดได้ทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือ

  • ข้อมูลย้อนหลัง

    ข้อมูลละเอียด 30 วันทุก Package ประวัติที่ยาวกว่านั้นเก็บเป็นข้อมูลสรุปตาม Package

  • แจ้งเตือนค่าเกินเกณฑ์

    ตั้งค่าสูงสุด / ต่ำสุดต่อจุดวัด เมื่อค่าออกนอกเกณฑ์ ระบบแจ้งเตือนทาง LINE และอีเมล

  • แจ้งเตือนเมื่อขาดการติดต่อ

    แจ้งเมื่อ Gateway หรืออุปกรณ์หยุดส่งข้อมูล ไม่ต้องรอให้มีคนไปพบ

AI Insights

เร็ว ๆ นี้

ความสามารถด้าน AI อยู่ในแผนพัฒนา ยังไม่เปิดให้ใช้งานในวันนี้

  • ตรวจจับความผิดปกติจากรูปแบบข้อมูลของแต่ละจุดวัด
  • รายงานสรุปประจำวันที่เขียนโดย AI
  • ผู้ช่วย AI ที่ตอบคำถามจากข้อมูลของคุณ พร้อมอ้างอิงข้อมูลจริง

ตัวอย่าง: แจ้งเมื่อเครื่องใดใช้พลังงานสูงกว่ารูปแบบปกติของตัวเอง

การใช้งานในโรงงาน

เริ่มจากปัญหาหน้างาน ไปสู่ระบบที่ใช้ได้จริง

ตัวอย่างแนวทางออกแบบระบบ พร้อมอุปกรณ์ ข้อมูล ผู้รับผิดชอบ และเงื่อนไขก่อนเริ่มโครงการ ไม่ใช่ผลลัพธ์จากลูกค้าจริง

DIGITAL TWIN · ข้อมูลจำลอง

digital twin จำลอง: พื้นที่ อุปกรณ์ และเหตุการณ์ในจอเดียว

digital twin จำลองคือแบบจำลองที่รันในเบราว์เซอร์ ไม่ได้สะท้อน PLC หรือไซต์ลูกค้า และไม่ควบคุมอุปกรณ์จริง

ข้อมูลจำลอง · ไม่เชื่อมอุปกรณ์จริง
โรงงานและพลังงาน · 3D DIGITAL TWINลากเพื่อหมุน · เลื่อนหรือ pinch เพื่อซูม
กำลังเปิดผัง 3D…

สด (จำลอง) · 08:00:00

ผัง 3D จำลอง ไม่ใช่พิกัดจริง · ป้ายบนฉากแสดงค่าจาก digital twin จำลอง · เลือกอุปกรณ์บนฉากหรือจากโครงสร้าง twin

กำลังไฟฟ้ารวม62.0 kW
อุณหภูมิ M-0246.0 °C
การสั่นสะเทือน M-022.10 mm/s

WHAT-IF · จำลอง

เทียบแผนปัจจุบันกับทางเลือก · 30 นาทีจำลองข้างหน้า

แผนปัจจุบัน

M-01 ทำงาน

พลังงานใน 30 นาที
31.1 kWh
กำลังไฟฟ้าสูงสุด
64.7 kW

ทางเลือก

M-01 หยุด

พลังงานใน 30 นาที
17.4 kWh
กำลังไฟฟ้าสูงสุด
36.2 kW
กำลังไฟฟ้ารวม (kW)

คำนวณจากแบบจำลองในเบราว์เซอร์ เพื่อเทียบผลของการเลือก ไม่ใช่การพยากรณ์ของไซต์จริง

ประวัติการตรวจสอบและคำสั่ง

เลือกอุปกรณ์บนฉาก แล้วกดตรวจสอบหรือควบคุม

เส้นทางข้อมูล

PLC / Meter → Modbus TCP / RS485 → Gateway → MQTT TLS :8883 → Monitor

CCTV ใช้เครือข่าย IP ผ่าน PoE / NVR แยกจาก LoRaWAN; ภาพในฉากเป็นภาพประกอบ ไม่มีวิดีโอสด

สิ่งที่เจ้าหน้าที่เห็น

เชื่อมค่าพลังงานและสถานะเครื่องกับตำแหน่งหน้างาน เพื่อให้ช่างตรวจอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างการออกแบบระบบรู้ว่าโรงงานใช้พลังงานตรงไหน และช่วงใด
ภาพอ้างอิงการรวบรวมข้อมูลพลังงานจากหลายโรงงาน

ตัวอย่างระบบ: ตู้เมน + ไลน์ผลิต + ระบบลมอัด

จากค่าไฟรวมปลายเดือน สู่ข้อมูลมิเตอร์รายพื้นที่ที่ทีมวิศวกรรมใช้ตรวจโหลดและวางแผนปรับปรุงได้

สมมติโรงงานต้องการติดตามมิเตอร์ 3 จุด เริ่มจากดูค่าและประวัติของแต่ละจุดก่อน งานคำนวณต้นทุนหรือพลังงานต่อชิ้นต้องมีข้อมูลและสูตรที่ตกลงเพิ่ม ไม่ถือว่ารวมอัตโนมัติ

ปัญหาที่พบ และแนวทางแก้ไข

เห็นค่าไฟรวม แต่ระบุจุดใช้ไฟสูงไม่ได้

ทีมต้องไล่หาสาเหตุจากหลายตู้ และอาจเลือกแก้จุดที่ไม่ใช่ต้นเหตุ

แนวทางแก้ไข · กำหนดมิเตอร์หลักและมิเตอร์ย่อยตามวงจร เก็บค่าเป็นรายจุด แล้วเทียบช่วงเวลาที่มีเงื่อนไขการผลิตใกล้กัน

จดมิเตอร์ด้วยมือคนละเวลาและคนละไฟล์

เทียบข้อมูลยาก และไม่รู้ว่าค่าที่ต่างกันเกิดจากช่วงเวลาหรือโหลดจริง

แนวทางแก้ไข · อ่านค่าจากมิเตอร์ที่รองรับผ่าน Gateway กำหนดชื่อ หน่วย และเวลาให้เป็นมาตรฐาน พร้อมตรวจค่ากับหน้าจอมิเตอร์

รู้ว่าโหลดผิดปกติเมื่อจบกะไปแล้ว

ทีมไม่มีข้อมูลช่วงเกิดเหตุเพื่อใช้ตัดสินใจว่าจะตรวจอุปกรณ์ใดก่อน

แนวทางแก้ไข · กำหนดเกณฑ์จากรูปแบบใช้งานของไซต์ ส่งการแจ้งเตือนตามขอบเขตที่เปิดใช้ และให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบหน้างาน

อุปกรณ์และส่วนประกอบ

  • มิเตอร์ที่รองรับ 3 จุด: เมน ไลน์ผลิต และคอมเพรสเซอร์
  • Industrial Gateway ที่มีพอร์ตตรงกับมิเตอร์ พร้อมไฟเลี้ยงและเครือข่าย
  • Cloud จัดจุดวัดตาม Site / Area / Asset
  • Dashboard ประวัติและการแจ้งเตือนตาม Package

ข้อมูลที่ใช้ติดตาม

  • กำลังไฟฟ้า kW และพลังงานสะสม kWh
  • แรงดัน กระแส และ Power factor หากมิเตอร์เปิดให้อ่าน
  • เวลาอัปเดตล่าสุดและสถานะการเชื่อมต่อ

เส้นทางข้อมูล

  1. มิเตอร์ไฟฟ้า
  2. RS485 / Ethernet
  3. Industrial Gateway
  4. AIoT TH Cloud
  5. Dashboard / แจ้งเตือน

กระบวนการทำงานและผู้รับผิดชอบ

  1. กำหนดขอบเขตวงจร

    วิศวกรไฟฟ้า

    เลือกจุดที่ต้องเทียบ ระบุว่ามิเตอร์ใดเป็นเมนหรือย่อย เพื่อไม่รวมพลังงานซ้ำ

  2. ตั้งค่าการอ่าน

    ผู้ดูแลอุปกรณ์

    ตรวจ register หน่วย CT ratio และรอบอ่านตามรุ่นมิเตอร์และการใช้งาน

  3. ตรวจค่าต้นทาง

    ผู้ติดตั้ง + ทีมโรงงาน

    เทียบค่าบน Dashboard กับมิเตอร์ในช่วงเวลาเดียวกัน และบันทึกข้อคลาดเคลื่อน

  4. ติดตามรูปแบบโหลด

    วิศวกรพลังงาน

    ดูค่าปัจจุบันและประวัติร่วมกับตารางเดินเครื่อง ไม่สรุปประสิทธิภาพจากยอดรวมอย่างเดียว

  5. ตรวจเหตุแจ้งเตือน

    ซ่อมบำรุง

    เมื่อได้รับแจ้ง ให้ตรวจอุปกรณ์และเงื่อนไขการผลิตก่อนตัดสินใจปรับการใช้งาน

  6. ทบทวนผลปรับปรุง

    หัวหน้าฝ่ายผลิต

    เปรียบเทียบช่วงที่มีบริบทใกล้กัน บันทึกสิ่งที่เปลี่ยนและข้อมูลที่ยังขาด

ช่วยโรงงานแต่ละฝ่ายอย่างไร

วิศวกรรมพลังงาน

ช่วยชี้ช่วงเวลาและพื้นที่ที่ควรสำรวจโหลดเพิ่มเติม

ซ่อมบำรุง

มีค่าและเวลาอ้างอิงสำหรับตรวจอุปกรณ์ที่ถูกแจ้งเตือน

ฝ่ายผลิต

ใช้ข้อมูลประกอบการทบทวนการเปิดเครื่องและการเปลี่ยนกะ

ผู้บริหาร / วางแผนต้นทุน

มีข้อมูลวัดจริงประกอบข้อเสนอปรับปรุง โดยยืนยันสูตรต้นทุนแยกต่างหาก

เหมาะกับใครบ้าง

  • โรงงานที่มีหลายวงจรหรือหลายอาคารและต้องการแยกข้อมูลพลังงาน
  • ทีมวิศวกรรมที่มีมิเตอร์อ่านข้อมูลได้ และมีผู้รับผิดชอบตรวจค่าหน้างาน
  • โครงการที่เริ่มจากจุดสำคัญก่อนขยาย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งทั้งโรงงานพร้อมกัน

ตรวจรับอย่างไรว่าใช้งานได้

  • ค่าบน Dashboard ตรงกับหน่วยและสเกลของมิเตอร์
  • ตรวจพบข้อมูลค้างหรือขาด และอธิบายเวลาอ้างอิงได้
  • ผู้รับผิดชอบค้นประวัติเหตุการณ์และทดสอบรับแจ้งได้ตามขอบเขต
คุยรายละเอียดหน้างาน

รายละเอียดและแนวทางเลือก

ทำให้ข้อมูลพลังงานเปรียบเทียบกันได้

เลือกวงจรและตรวจหน่วยให้ถูกต้อง

แยกมิเตอร์หลัก มิเตอร์ย่อย และวงจรที่ต้องติดตาม เพื่อไม่รวมค่าซ้ำ kW เป็นกำลังไฟฟ้า ส่วน kWh เป็นพลังงานสะสม ค่าจาก register ต้องตรวจตัวคูณสเกลและการตั้งค่า CT/PT ของมิเตอร์ก่อนนำมาแสดงหรือคำนวณ

  • ตรวจหน่วยและทศนิยมกับหน้าจอมิเตอร์
  • ระบุว่าค่าเป็นรายเฟสหรือรวมสามเฟส
  • บันทึกวันที่เปลี่ยนมิเตอร์หรือปรับตัวคูณ

กำหนดช่วงเวลาและข้อมูลที่ใช้เทียบ

การเปรียบเทียบต้องใช้ช่วงเวลาเดียวกันและตรวจว่าข้อมูลขาดหรือไม่ หากต้องการประเมินค่าใช้จ่าย ต้องมีโครงสร้างค่าไฟที่ยืนยันแล้ว ส่วนการเทียบพลังงานต่อชิ้นต้องมีจำนวนผลิตที่ตรงช่วงเวลา จึงไม่ควรตีความกราฟโหลดอย่างเดียวเป็นต้นทุนหรือประสิทธิภาพการผลิต

  • ใช้เวลาไซต์เดียวกันและตรวจนาฬิกาอุปกรณ์
  • แยกข้อมูลขาด การ reset และการเปลี่ยนมิเตอร์
  • ยืนยันสูตรและขอบเขตวิเคราะห์ก่อนใช้งานจริง

อ่านขอบเขตระบบก่อนเปิดใช้งาน หรือนำตัวอย่างไปวางแผนโครงการของคุณ

คำถามเกี่ยวกับหน้านี้

อ่านข้อมูลจากมิเตอร์เดิมได้หรือไม่

ตรวจว่ารุ่นนั้นมี RS485/Modbus RTU หรือ Ethernet/Modbus TCP และมีคู่มือ register map ที่ตรงรุ่น หากไม่มีพอร์ตที่รองรับอาจต้องเพิ่มอุปกรณ์วัด

ค่าบน Dashboard ใช้แทนใบแจ้งค่าไฟได้หรือไม่

ไม่ได้โดยอัตโนมัติ ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นกับอัตรา ช่วงเวลา ค่า demand และเงื่อนไขอื่น ต้องตรวจสูตรและข้อมูลประกอบก่อนใช้ประมาณการ

ดูตัวอย่าง หรือคุยกับทีมเรา

Demo ใช้ข้อมูลจำลองของโรงงานตัวอย่าง ส่วนทีมเราช่วยประเมินอุปกรณ์และหน้างานจริงของคุณ